แรงบันดาลใจจากยอดมนุษย์นักออม

ถ้าเรื่องราวของยอดมนุษย์ Superhero คือไอดอลของเด็ก ๆ ในการมุ่งมั่นทำความดีและปกป้องผู้ที่อ่อนแอกว่า เรื่องราวของยอดมนุษย์นักออมที่เกิดขึ้นจริงและเป็นกระแสข่าวในช่วงที่ผ่านมาก็น่าจะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้กับนักออมมือใหม่ที่ยังไม่สามารถบรรลุความตั้งใจ เพราะเผลอนำเงินออกมาใช้ก่อนทุกที หรือผู้ที่มีข้ออ้างเรื่องการสะสมเงินตลอดเวลาว่าเงินที่หามายังไม่พอใช้จ่ายเลย ความสำเร็จของยอดมนุษย์นักออมท่านนี้น่าจะเป็นประกายไฟแห่งแรงบันดาลใจได้ไม่น้อยเลยทีเดียว

shutterstock_256834585ความล้มเหลวในการสะสมเงินของนักออมมือใหม่เป็นผลมาจากอาการ “แพ้ใจ” ตนเอง เช่น พอใกล้สิ้นเดือนก็แกะกระปุกมาใช้ก่อน เดี๋ยวเดือนหน้าค่อยเริ่มใหม่วนซ้ำเป็นหนังกลางแปลง จึงไม่สามารถออมเงินได้สำเร็จสักที เรื่องราวของนายสมจิตรและภรรยาที่ลูกสาวทั้งสองส่งเงินมาให้ทุกเดือน ๆ ละ 3,000 – 4,000 บาท ที่ผ่านมานายสมจิตรมักใช้จ่ายจนหมดไม่มีเหลือเก็บ ในเวลาต่อมาได้รู้จักแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงเลือกปฏิบัติตามด้วยการนำกระบอกไม้ไผ่มาตัดเป็นปล้อง ๆ ขนาดยาว 1.50 เมตร ทั้งหมด 3 ปล้องโดยแต่ละกระบอกมีเส้นผ่าศูนย์กลางที่ 15 ซม. และได้เจาะรูที่ก้นของกระบอกทั้ง 3 ปล้อง เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2551 ทุกครั้งที่ลูกทั้งสองส่งเงินมาให้ก็จะนำมาหยอดเก็บไว้ จำนวนมากบ้างน้อยบ้างสลับกันไป แต่แล้วอยู่มาวันหนึ่งนายสมจิตรก็นึกขึ้นว่าบนธนบัตรมีพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวงปรากฏอยู่ เก็บสะสมในไม้ไผ่เป็นเรื่องไม่เหมาะสมนัก อีกทั้งระยะเวลา 1 ปีที่สะสมมาตลอดทำให้น้ำหนักของกระบอกไม้ไผ่เริ่มหนักมากขึ้นจนแทบจะยกไม่ไหว จึงตัดสินใจผ่ากระบอกไม้ไผ่ออกเพื่อนำเงินสะสมมาเลี้ยงเพลพระ และพบว่าตัวเองสามารถออมเงินในเวลา 1 ปี ได้เท่ากับ 163,487 บาท ซึ่งประกอบไปด้วยธนบัตร 1000 500 100 20 บาท และ เหรียญ 5 – 10 บาทอีกจำนวนมาก ทำให้นายสมจิตรมีเงินมากพอปลดหนี้ ธ.ก.ส. จำนวน 50,000 บาทและยังเหลือพอนำไปออมกับธนาคารเพิ่มอีก

การออมเงิน แม้จะยากในตอนเริ่มต้นเพราะต้องต่อสู้กับความอยากมี อยากได้ อยากใช้จ่ายตามใจตนเอง แต่เมื่อไรก็ตามที่นักออมสามารถเอาชนะใจตนเองได้ด้วยการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการบริหารเงินเสียใหม่ การสะสมเงินก็จะไร้ซึ่งอุปสรรค ในกรณีนายสมจิตรสามารถเปลี่ยนความกลัวไม่มีเงินใช้ในวัยชรา มาเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการออม

แนวคิดเปลี่ยนจากรายจ่ายมาเป็นเงินออม สมมุติว่าเป็นขาช้อปก็ให้นำอุปนิสัยนี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เช่น อยากได้กระเป๋าใบละ 1,000 บาทก็หยอดเงิน 1 พันลงกระปุก ชอบดื่มกาแฟร้านดังทุกวัน แก้วละ 100 บาทก็เปลี่ยนมาหยอดกระปุก เมื่อ 1 เดือนผ่านไปจะค้นพบคำตอบว่า ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นเมื่อถูกเปลี่ยนเป็นเงินออมนั้นจะสามารถสร้างปรากฏการณ์ให้กับนักออมได้มากขนาดไหน

Comments are closed.