5 แนวทางปลดหนี้อย่างถาวร

shutterstock_63995851หนี้สินคือสิ่งที่สร้างความกังวลให้กับลูกหนี้มากที่สุด นอกจากนี้ หากมีดอกเบี้ยเพิ่มทวีมากขึ้น หนี้สินก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย วิธีที่ดีที่สุดสำหรับลูกหนี้คือการปลดหนี้อย่างถาวร ซึ่งแนวทางการปลดหนี้มีดังต่อไปนี้

1.โอนเงินทั้งหมดไปเป็นเงินกู้ของธนาคาร

หากเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสดควรโอนเงินทั้งหมดไปเป็นเงินกู้ของธนาคาร เพื่อให้ลูกหนี้เกิดความสะดวกสำหรับการผ่อนชำระหนี้รายเดือน โดยลูกหนี้จะต้องยกเลิกบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดทั้งหมด เพื่อไม่ให้เกิดหนี้สินอีกครั้งจนไม่สามารถชำระหนี้ได้

2.จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย

บัญชีรายรับ-รายจ่ายคือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้เป็นลูกหนี้ การทำบัญชีรายรับรายจ่ายจะช่วยทำให้ลูกหนี้สามารถพิจารณาได้ถึงค่าใช้จ่ายโดยรวมที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน พร้อมทั้งสามารถตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ผู้เป็นลูกหนี้ควรจดบันทึกรายจ่ายและรายรับอย่างละเอียดเพื่อลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

3.รวบรวมจำนวนหนี้สินทั้งหมด

การรวบรวมหนี้สินทั้งหมด อาทิ หนี้สินจากบัตรกดเงินสด หนี้สินจากบัตรเครดิต หนี้สินจากการกู้ยืมญาติ เป็นต้น การรวบรวมยอดหนี้สินจะทำให้ผู้เป็นลูกหนี้สามารถประเมินได้ว่ามีหนี้สินทั้งสิ้นเป็นจำนวนเท่าใด และมีความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้หรือไม่ ต่อจากนั้นลูกหนี้ควรจำแนกหนี้สินทั้งหมดออกเป็นหนี้สินที่ต้องชำระในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อกำหนดขอบเขตของการชำระหนี้ให้เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้

  1. เจรจาประนอมหนี้

การเจรจากับเจ้าหนี้เพื่อขอประนอมหนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกหนี้ เพราะการเจรจาจะทำให้เจ้าหนี้เข้าใจถึงสภาวะทางการเงินที่แท้จริงของลูกหนี้ ทั้งนี้ลูกหนี้ควรติดต่อกับเจ้าหนี้ตลอด ไม่ควรขาดการติดต่อ หรือหลบหนีเจ้าหนี้เพราะนั่นอาจเป็นแรงผลักดันทำให้เจ้าหนี้ดำเนินการทางคดีความกับลูกหนี้ได้ นอกจากนี้การเจรจาจะส่งผลดีในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาเพื่อขอปรับลดอัตราดอกเบี้ยจ่าย การเจรจาสำหรับขยายเวลาผ่อนชำระหนี้ อันจะทำให้ลูกหนี้ลดความเครียดและความกดดันได้

5.เพิ่มรายได้เสริม

บางครั้งการประกอบอาชีพเพียงอาชีพเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการผ่อนชำระหนี้ ผู้เป็นลูกหนี้จึงควรประกอบอาชีพเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ โดยอาชีพเสริมควรเป็นอาชีพที่ไม่ต้องใช้เงินทุนหรือใช้เงินทุนต่ำ ยกตัวอย่างเช่น อาชีพพนักงานล่วงเวลาในร้านอาหาร อาชีพครูสอนพิเศษ อาชีพจำหน่ายอาหารตลาดนัด เป็นต้น

ทั้งนี้ลูกหนี้ควรเปลี่ยนนิสัยการใช้จ่ายเงิน โดยเริ่มต้นจากการเปลี่ยนความคิด “ซื้อก่อน จ่ายภายหลัง” เป็น “มีจำนวนเงินเพียงพอ แล้วจึงซื้อ” และลูกหนี้ควร ลด ละ เลิก การสร้างหนี้สินเพิ่มไม่ว่ากรณีใด ๆ หากแต่ควรตั้งใจชำระหนี้ให้หมดทุกหนี้สินที่มีอยู่ หลังจากปลดหนี้เรียบร้อยแล้ว ลูกหนี้ควรวางแผนการเงินอย่างรัดกุม เพื่อให้ปลอดหนี้ได้อย่างถาวรในที่สุด

Comments are closed.